ทันทีที่พูดถึงหน้าฝน หลายคนอาจจะกำลังจินตนาการถึงการนอนอย่างเป็นสุขบนเตียงนอน ในขณะที่หลายคนส่ายหน้าอย่างแสนจะเบื่อหน่ายให้กับการตกอย่างไม่รู้เวล่ำเวลาของฝน เพราะการที่ฝนตกก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ถูกขังอย่างไม่มีทางออก หากกล้าหาญที่จะเดินออกไปนอกบ้านก็คงไม่พ้นที่จะต้องเปียกอย่างแน่นอน ต้นไม้เองก็เช่นเดียวกัน อาจจะดูเหมือนว่าฤดูฝนน่าจะเป็นฤดูที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกต้นไม้ แต่ในความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น ลองมาดูวิธีการดูแลต้นไม้ในหน้าฝนดีกว่า เพื่อให้ต้นไม้แสนสวยอยู่กับเราไปนาน ๆ โดยที่ไม่เหี่ยวเฉาหรือตายเพราะการรับน้ำของฤดูฝนที่มากเกินไป

  1. ตัดแต่งกิ่งเมื่อเข้าหน้าฝนเมื่อฤดูฝนใกล้จะมาเยือน เราควรเตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลด้วยการกำจัดกิ่งไม้ที่อาจหักได้ง่าย เพราะหากปล่อยให้ต้นไม้มีกิ่งก้านที่หนาทึบเกินไป โดยที่ไม่ทำการตัดแต่งเลย อาจจะทำให้กิ่งไม้นั้นหักหล่นลงมาทำลายความเสียหายให้กับทรัพย์สิน บ้านเรือน หรือร่างกายได้ และในกรณีต้นไม้ที่ปลูกใหม่ ต้องไม่ลืมที่จะค้ำพยุงต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้มีแรงพยุงยึดเกาะดิน และไม่โอนเอนไปตามแรงลมจนถึงขั้นล้มหักได้

2. ป้องกันน้ำท่วมขังเพื่อป้องกันอาการรากเน่าของต้นไม้ นอกจากจะต้องทำเนินดินเพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณโคนต้นไม้แล้ว เรายังต้องทำระบบระบายน้ำจากบริเวณรอบโคนต้นไม้ด้วย เพื่อให้น้ำฝนที่ตกลงมายังต้นไม้ระบายออกให้เร็วที่สุด แต่สำหรับการทำเนินดินนั้นเราต้องระวังไม่ให้ดินที่นำมาปรับเนินนั้นมีปริมาณมากเกินไป เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดผลเสียกับต้นไม้แทน

3. ฉีดยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชสิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้สำหรับการดูแลต้นไม้ คือ การหมั่นดูแลรักษา กำจัดแมลงและศัตรูพืชอื่น ๆ โดยเฉพาะเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้ต้นไม้แสนรักของเรามีสุขภาพที่แย่ลง อีกทั้งวัชพืชนั้นเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน หากเราเผลอหรือละเลยก็อาจจะทำให้วัชพืชเหล่านั้นทำให้ต้นไม้อ่อนแอลงและตายในที่สุด

4. บำรุงต้นไม้อย่างถูกวิธีการดูแลต้นไม้ให้ได้ผลผลิตออกมางอกงามได้อย่างใจเรานั้น ไม่เพียงแต่จะต้องหมั่นรดน้ำ ใส่ปุ๋ยหรือพรวนดินเท่านั้น หากแต่ยังต้องใส่ใจต่อสิ่งที่เราทำให้ต้นไม้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพรวนดินซึ่งเราอาจจะต้องพรวนดินให้ผิวดินแห้งและให้รากไม้ในระดับหน้าดินได้ออกมารับออกซิเจนบ้าง อีกทั้งการใส่ปุ๋ยนั้นไม่ควรใส่มากจนเกินไป และรีบพรวนดินให้ดินกลบปุ๋ยก่อนที่น้ำฝนจะมาชะล้างปุ๋ยไปจนหมด เพราะนั่นไม่เพียงแต่จะเป็นการสิ้นเปลืองค่าปุ๋ยเท่านั้น แต่ยังไม่ทำให้เกิดประโยชน์อันใดกับต้นไม้ด้วย

Credit นางสาว ณัฐริกา พรหมฤทธิ์, นางสาว วนิดา เอียดนุ่น, นางสาว สุดาชื่น อายุสุข

LHM Property Group
☎Tel: 086 352 9639
💻Facebook: LHMPropertyGroup
📥Inbox: http://m.me/LHMPropertyGroup/
🌐Website: http://www.lhm.co.th/