ผ้าปูที่นอน ถืออีกสิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องใช้เป็นประจำทุกวัน และใช้เวลาอยู่กับมันนานหลายชั่วโมง การซักผ้าปูที่นอนของแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกันไป สัปดาห์ละครั้ง หรือบางคนอาจจะเดือนละครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่าผ้าปูที่นอนนั้นสามารถเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่สำคัญได้อีกหนึ่งแหล่ง วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับผ้าปูที่นอนมาฝากกัน 

บนที่นอนถือเป็นสถานที่ที่มีความสุขของทุกๆ คนมากที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่า ผ้าปูที่นอน เป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียอย่างดี ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ การนอนหลับทำให้ผิวของเราใช้เวลานี้ในการสร้างตัวเองขึ้นมา ส่งผลให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วและเซลล์ผิวใหม่ ถูกดักจับโดยผ้าปูที่นอน ทำหน้าที่เหมือนตาข่ายดักจับปลา ที่คอยจับเซลล์ของมนุษย์หลายพันชนิด รวมถึงน้ำมันที่ออกมาจากร่างกายของเหลวต่างๆ รวมถึงปัสสาวะ และอุจจาระ อีกด้วย 

นอกจากนั้นคนเรายังหลั่งเหงื่อออกมาถึง 26 แกลลอนบนเตียงทุกๆ ปี และเมื่อเตียงเจอกับความชื้น ก็จะทำให้เกิดเชื้อราขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ถ้าตัวคุณมีรอยขีดข่วนก็อาจเกิดการติดเชื้อได้ นอกจากนั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ยังมีตัวการในการดึงไรฝุ่นให้มาอยู่บนที่นอนสามารถส่งผลต่อผู้ที่เป็นโรคหอบหืดได้ด้วยดังนั้น การซักผ้าปูที่นอนให้สะอาดอยู่เสมอ จึงเป็นการป้องกันเชื้อรา เชื้อโรค และไรฝุ่น ที่อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพขึ้นได้นั่นเอง จะแย่แค่ไหน ถ้าไม่ซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ คราวนี้ลองมาดูกันบ้างดีกว่าว่า ถ้าคุณไม่ซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ สามารถส่งผลเสียต่อคุณอย่างไรบ้าง ผลต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีดังนี้

1.ไร ร่างกายของเรานั้นผลัดเซลล์ผิววันละ 500 ล้านเซลล์ ทำให้เกิดเป็นคราบคิดอยู่บนเตียงเมื่อคุณกลิ้งไปกลิ้งมา ซึ่งเซลล์ที่ตายแล้วจะกองอยู่บนผ้าปูที่นอน นอกจากนั้นไรฝุ่นยังชอบกินเซลล์ที่ถูกผลัดออก โดยไรฝุ่นที่เกิดขึ้นนี้อาจส่งผลทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ทั้งยังอาจทำให้คุณเป็นกลาก คัน ได้อีกด้วย  

    2. ติดเชื้อรา หากคุณที่ชอบเอาสัตว์เลี้ยงมานอนด้วย ก็ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะไรฝุ่นอาจทำให้ผิวของสัตว์กลายเป็นโรคเรื้อนได้ ทั้งมันยังสามารถแพร่กระจายมายังผิวหนังของคุณได้อีกด้วย อาจจะทำให้คุณเกิดความระคายเคือง และคัน นอกจากนั้นสัตว์เลี้ยงก็ยังสามารถติดเชื้อรา หรือที่เรียกว่า กลากของหนังศีรษะจากคุณได้อีกด้วย

3.แบคทีเรีย เซลล์ผิวที่ตายแล้ว เหงื่อ น้ำลาย และอื่นๆ สามารถเปลี่ยนเตียงของคุณเป็นจานเพาะเชื้อโรคมากมายได้โดยไม่ยากตัวอย่างการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า ปลอกหมอนที่ไม่ได้ซักเป็นเวลา 1 สัปดาห์ มีแบคทีเรียถึง 17,000 เท่า ซึ่งเท่ากับเชื้อโรคที่เกิดขึ้นบนที่นั่งชักโครกเลยก็ว่าได้ 

4.สิว อาการสิวที่เป็นอยู่ของคุณอาจจะแย่ลง หรือไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าทำไมคุณถึงเป็นสิว นั้นเป็นผลมาจากการไม่ซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนนั่นเอง เนื้อจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และแบคทีเรีย สามารถอุดตันรูขุมขน จนทำให้เกิดเป็นสิวขึ้นมาได้นั่นเอง

5. จุลินทรีย์ แบคทีเรียหรือไวรัสส่วนใหญ่ สามารถอยู่รอดได้บนพื้นผิวที่อ่อนนุ่มเป็นเวลาหลายนาทีถึงหลายชั่วโมง ระยะเวลาจะแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของจุลินทรีย์ เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ จะอาศัยอยู่ในเนื้อผ้าเป็นเวลา 15 นาที แต่จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร สามารถอยู่รอดในเนื้อผ้าได้นานถึง 4 ชั่วโมง  

6. โรคราน้ำค้าง หมอนของคุณอาจเต็มไปด้วยเชื้อรา ซึ่งเชื้อราบางชนิดมีผลกระทบต่อผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ดังนั้นการซักผ้าปูที่นอนรวมถึงปลอกหมอนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่เมื่อซักแล้วก็ต้องแน่ใจว่าตากไว้จนแห้ง เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีโรคราน้ำค้าง ติดมากับเครื่องนอนของคุณก็เป็นได้

นักจุลชีววิทยา แนะนำว่า ควรล้างผ้าปูที่นอน ผ้านวม และปลอกหมอนอย่างสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยใช้อุณหภูมิที่ 60 องศาเซลเซียส เพื่อทำลายแบคทีเรียให้สะอาด นอกจากนั้นแล้วควรใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนที่แห้งสนิทเท่านั้น โดยเมื่อซักเสร็จควรนำไปตากให้โดนแสงแดด เพื่อทำการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ นอกจากนั้นควรใช้เตารีด รีดผ้าปูที่นอน และปลอกหมอน เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เหลือ แม้คุณจะสามารถดูแลทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ผ้านวม และปลอกหมอนอยู่สม่ำเสมอ การซักแห้ง ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ ทั้งยังง่ายและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยจากแบคทีเรียอีกด้วย 

Credit สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย 

LHM Property Group 

☎Tel: 086 352 9639

💻Facebook: LHMPropertyGroup 

📥Inbox: http://m.me/LHMPropertyGroup/ 

🌐Website: http://www.lhm.co.th/