ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า??? ช้างมันตัวโตไม่เบา จมูกยาว ๆ เรียกว่างวง มีเขี้ยวใต้งวงเรียกว่างา มีหูมีตา หางยาว!! เฮ้ ที่ร้องมาจบเพลงขนาดนี้เพราะวันนี้ซังจะพาทุกคนไปเจอ “ช้าง” ตัวเป็น ๆ แบบไม่มีสลิง ไม่ใช่สตั๊นท์ แต่เราจะไม่ได้ไปเท่ียวเฉย ๆ ถ่ายรูปแล้วกลับ แต่วันนี้เราจะไปใช้ชีวิตกับน้อง และดูแลน้องทั้งวันที่ บ้าน ช.ช้างชรา หรือ Elephants World ที่เที่ยวกาญจนบุรี เชิงจิตอาสา งานนี้จะทุลักทุเลแค่ไหน ซังจะเอาชนะความกลัว ด้วยการดูแลช้างแบบใกล้ (สุด ๆ ไปเลยจ้า) ได้อย่างไร ไปดูกันเลยยย ฮืออออ~

การเดินทางมาบ้าน ช.ช้างชรา การเดินทางมาที่บ้าน ช.ช้างชรา Elephants World ที่เที่ยวกาญจนบุรี ก็ไม่ยากเลยค่ะ ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวใช้เวลาขับรถมาประมาณ 3 ชั่วโมงนิด ๆ ถนนหนทางก็ไม่ลำบากเลยค่ะ ใช้เส้นทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ถนนหมายเลข 338 ไปทางเส้นนครชัยศรี จ.นครปฐม เข้าสู่ถนนหมายเลข 323 ผ่านแยกแสงชูโต ไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 367 เลี้ยวขวาอีกครั้งที่ทางแยกแก่งเสี้ยน เข้าสู่ถนนหมายเลข 3199 ขับไปเรื่อยๆ ไปเลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อมุ่งสู่บ้าน ช.ช้างชรา Elephants World ลองเปิด Map ควบคู่มา รับรองว่าไม่มีหลง ด้านหน้าจะมีรูปวาดช้างอยู่ หรือบางวันอาจจะมีช้างมายืนกินหญ้า รอต้อนรับเราอยู่ด้านหน้า แปลว่าถูกต้องแล้วค่า! เข้ามาได้เลย ขับรถเข้ามาถึงก็จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยยืนต้อนรับอย่างอบอุ่น และพาเราเข้าไปเช็กอินก่อนเริ่มกิจกรรม โดยเราจะได้รับน้ำเปล่าพร้อมถุงใส่น้ำลายช้างน่ารัก ๆ เลือกสีได้ตามใจชอบ คนน่ารัก ๆ สดใสอย่างเรา ต้องขอสีเหลือง! รับน้ำพร้อมถุงใส่เรียบร้อย ก็ขึ้นรถมุ่งหน้าเข้าไปบริเวณด้านใน ขับรถเข้ามานิ้ดดดเดียว ก็จะมีที่จอดรถอยู่ ใครขับรถมาเองก็หาที่จอดได้เลย ก้าวลงรถปุ๊บ ก็มีเสียงต้อนรับเรามาแต่ไกล โดยธรรมดาแล้วนักท่องเที่ยวแต่ละกรุ๊ป ก็จะมีไกด์ดูแล 1 คน อยู่กับเราตลอดทั้งวัน ส่วนไกด์ของเราวันนี้ ก็ยิ้มหวานมาแต่ไกล มีชื่อว่า “ช้าง” ยิ้มแย้มร่าเริงมาแต่ไกลแบบนี้ วันนี้ต้องสนุกแน่ ๆ ค่ะ มีลางสังหรณ์ ฮ่า ๆ ๆ
โดยปกติแล้วกิจกรรมช่วงเช้าจะเริ่มประมาณ 10.30 น. โดยกิจกรรมแรกก็คือ การให้ผลไม้ช้าง ให้เราทำความรู้จักกับช้างหลากหลายตัว ไม่รอช้าค่ะ จัดการผลไม้ในตะกร้า ที่มีทั้ง แตงโม กล้วย ข้าวโพด ป้อนให้ช้างกิน ช้างที่เราได้ทักทายตัวแรกชื่อว่า “จารุณี” ช้างเพศเมีย หน้าตาเป็นมิตร และดูหิวมากกก เพราะนางกินไม่เก่ง แต่กินไม่หยุด เผลอแป๊บเดียว ผลไม้ในตะกร้าก็หมดเกลี้ยงไม่เหลือ
หลังจากที่เราให้อาหารจารุณีเสร็จ พี่ช้างก็พาเราเดินลงมาด้านล่างแถว ๆ ริมแม่น้ำ พาไปดูช้างตัวอื่น ๆ พี่ช้างเล่าว่าเมื่อก่อนที่นี่ก็จะมีช้างที่แก่หรือพิการเป็นส่วนมาก ตามช่ือบ้าน ช.ช้างชรานี่ละค่ะ แต่ช่วงหลัง ๆ มาน้ีก็จะมีช้างเชือกอื่น ๆ ที่ยังหนุ่มและไม่ได้พิการรวมอยู่ด้วย ตอนที่พี่ช้างพาเราเดินก็ชี้ให้ดู “จารุณี” ที่เราเพิ่งให้อาหารมา แหมม เดินเร็วกว่าคนอีกนะเนี่ย เสร็จแล้วพี่ช้างก็พาเราไปดูช้างที่พิการทางสายตา ช้างเชือกนี้จะถูกแยกจากเพื่อน ๆ เพราะถ้าเดินไปรวมกับเชือกอื่น อาจจะเกิดการชนกัน หรือที่เรียกว่า ช้าง ชน ช้าง ฮ่า ๆ ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ขังไว้นะคะ แค่แยกมาอยู่ห่างจากเชือกอื่น แต่ก็ยังปล่อยอิสระ ให้ช้างได้เดินเล่นตามธรรมชาติ เสร็จแล้วก็พาเราเดินไปดูช้างที่แก่ที่สุดมีอายุ 70 กว่าปี เชือกนี้ก็เป็นอีกเชือกที่อยู่ห่างจากเพื่อน ๆ เพราะอายุค่อนข้างต่างกัน และรักสันโดษ แต่เท่าที่ดูคือ ช้างที่นี่ไม่ได้ถูกใช้งานหรือขี่ และค่อนข้างปล่อยให้ช้างใช้ชีวิตตามวิถีของมัน ซึ่งบางครั้ง.. ก็ใกล้ชิดเราด้วยเช่นกัน เดิน ๆ ไปอาจมีช้างมาเดินข้าง ๆ ก็.. เป็น.. ได้
หลังจากที่เดินดูช้างตามมุมต่าง ๆ พี่ช้างก็พาเราไปทำกิจกรรมต่อไป นั่นก็คือกวนข้าวเหนียวให้ช้างกิน!! พี่ ๆ ก็จะเปิดโอกาสให้เรา หั่นผัก ผลไม้ เช่น ฟักทอง และเอาไปลงกระทะพร้อม ๆ กับข้าวเหนียวที่หุงสุกแล้ว กวนไปเรื่อย ๆ ให้เนื้อข้าวเหนียวผสมกับผักผลไม้จนเหนียว ก็ยกกระทะไปพัก รอให้เย็น แล้วเราค่อยมาปั้นเป็นก้อนกันต่อ หลังจากที่กวนข้าวเหนียวเสร็จ พี่ช้างก็พาเรา เดิน (อีกแล้ว) ขึ้นไปด้านบนอีกครั้ง เพื่อจะไปดูโรงอาหารของช้างกัน! ที่โรงอาหารนี้ก็เป็นที่สวรรค์ของช้าง เพราะรวมผักผลไม้ของโปรด ทั้งแตงโม กล้วย ข้าวโพด มันแกว แตงกวา แต่ก่อนที่จะนำไปเป็นขนมให้น้องกิน ก็ต้องเอามาล้างทิ้งไว้ ให้สะอาดและมั่นใจก่อนว่าจะไม่มีสารพิษตกค้าง ที่นี่เขาดูแลช้างดีจริง ๆ ว่าจะสมัครเป็นช้าง แต่พี่ช้างบอกว่าตำแหน่งไม่ว่างแล้ว.. เลยอดค่ะ งานนี้
หลังจากเดินไปชม “โรงอาหารช้าง” เสร็จแล้ว พี่ช้างก็พาเราเดินไปที่คอกช้างที่อยู่ติดกัน ที่นี่เป็นที่อยู่ของ ช้างจูเนียร์~ หรือช้างเด็กที่ยังเล็กอยู่ ก็จะถูกแยกให้อยู่กับแม่ จะได้ให้แม่ให้นมอย่างใกล้ชิด จริง ๆ โซนนี้ต้องมีลูกช้าง 2 เชือก แต่น่าจะไปเดินเล่นกัน เลยเหลือช้างแม่-ลูกแค่ 2 เชือก ซึ่งเจ้าตัวเล็กของเราชื่อว่า “หน่อแก้ว” ที่อยู่ในวัยกำลังซนเลยละค่ะ ใครแวะมาใกล้ ๆ ก็ถูกทักทายด้วยการเอางวงฟาด วิ่งซนไปมา พอเริ่มเหนื่อยก็วิ่งไปดูดนมแม่เพิ่มพลัง ดูช้างกันมาสักพัก ก็ถึงเวลาให้อาหารคน แฮร่ เที่ยงพอดี พี่ช้างเลยพาไปที่กินข้าว สำหรับใครที่ซื้อแพ็คเกจมาดูแลช้าง ก็จะได้กินอาหารกลางวันที่นี่ สำหรับคนที่กินมังฯก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะที่นี่ก็มีอาหารมังฯให้กินด้วย
หลังจากเดินไปชม “โรงอาหารช้าง” เสร็จแล้ว พี่ช้างก็พาเราเดินไปที่คอกช้างที่อยู่ติดกัน ที่นี่เป็นที่อยู่ของ ช้างจูเนียร์~ หรือช้างเด็กที่ยังเล็กอยู่ ก็จะถูกแยกให้อยู่กับแม่ จะได้ให้แม่ให้นมอย่างใกล้ชิด จริง ๆ โซนนี้ต้องมีลูกช้าง 2 เชือก แต่น่าจะไปเดินเล่นกัน เลยเหลือช้างแม่-ลูกแค่ 2 เชือก ซึ่งเจ้าตัวเล็กของเราชื่อว่า “หน่อแก้ว” ที่อยู่ในวัยกำลังซนเลยละค่ะ ใครแวะมาใกล้ ๆ ก็ถูกทักทายด้วยการเอางวงฟาด วิ่งซนไปมา พอเริ่มเหนื่อยก็วิ่งไปดูดนมแม่เพิ่มพลัง ดูช้างกันมาสักพัก ก็ถึงเวลาให้อาหารคน แฮร่ เที่ยงพอดี พี่ช้างเลยพาไปที่กินข้าว สำหรับใครที่ซื้อแพ็คเกจมาดูแลช้าง ก็จะได้กินอาหารกลางวันที่นี่ สำหรับคนที่กินมังฯก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะที่นี่ก็มีอาหารมังฯให้กินด้วย ก่อนจะปล่อยให้น้องไปเล่นน้ำที่แม่น้ำแควใหญ่ ก็ต้องพาน้องไปลงที่บ่อโคลน เพื่อเอาโคลนมาขัดตัว และขัด ๆ ๆ เอาฝุ่นและสิ่งสกปรกออกก่อน เสร็จแล้วก็พาน้องไปที่ริมแม่น้ำ อย่าเรียกว่าพาเลยค่ะ เพราะแต่ละเชือกก็พร้อมจะลงไปเล่นน้ำสุด ๆ เดินตามกันไปเป็นโขลง เอาละ ถึงตาเราแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมลงน้ำเรียบร้อย แปรงขัดพร้อม ถังน้ำพร้อม ก็ลงน้ำได้!! ขอบอกเลยค่ะว่าซังไม่เคยอยู่ใกล้ช้างหลายเชือกขนาดนี้! แล้วยังต้องมาอยู่ในน้ำอีก แต่ในเมื่อเราลงน้ำมาแล้ว ก็คงจะหนีกลับไม่ทันแล้ว T^T สูดหายใจลึก ๆ แล้วเดินไปใกล้ ๆ น้อง เดินลงไปก็เลือกตัวที่เราอยากจะทำความสะอาดได้เลยค่ะ เห็นตัวไหนเลอะเทอะ ก็เข้าไปขัด ๆ ถู ๆ ได้เลย บอกเลยว่าแต่ละตัวนี่ฝุ่นแน่นมาก!! ก็พี่แกเล่นกันแต่ละที ฝุ่นตลบ ดิน โคลน ฝุ่น เปื้อนทั้งตัว ต้องใช้แปรงขัดสีฉวีวรรณ แล้วก็เอาขันตักน้ำมาราดให้ฝุ่นออก แล้วก็ขัด ๆ ๆ พอมาอยู่ใกล้ช้างจริง ๆ เขานิ่งมากเลยค่ะ ไม่มีท่าทีก้าวร้าวหรือจะทำร้ายเราเลย เลยได้โอกาสสัมผัสช้างเป็นครั้งแรก~ บอกเลยว่าน้องน่ารักมาก ตาใสแจ๋ว ขัด ๆ ถู ๆ ราด ๆ กันสักพักใหญ่ ช้างบางตัวก็หนีไปเล่นน้ำริมแม่น้ำแควใหญ่ สบายใจเฉิบ บางตัวก็เดินขึ้นฝั่ง
ส่วนคนน่ะหรอคะ ก็เล่นน้ำต่อ ไม่รอแล้วนะ.. บริเวณริมน้ำก็มีบันไดให้เดินขึ้นไปโดดน้ำเล่นได้ เพราะช่วงบ่ายน้ำริมแม่น้ำแควใหญ่จะขึ้นสูง ทำให้นักท่องเที่ยวกระโดดได้สบาย ๆ เราเลยถือโอกาสโดดน้ำสัก 1 รอบ เตะขาเล่นน้ำเย็น ๆ สดชื่นไม่เบาเลยละค่ะ สำหรับใครที่หาที่เที่ยวแนวใหม่ แนะนำว่าให้มาใช้ 1 วันของคุณที่ บ้าน ช.ช้างชรา รับรองว่าคุณจะเจอประสบการณ์ใหม่แน่นอนค่ะ เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่เที่ยวแบบมาขี่ ถ่ายรูป ชมการแสดงช้าง แต่เราจะได้ใช้ชีวิตกับช้างจริง ๆ แบบที่ช้างเป็น ไม่ได้มีการบังคับหรือสั่งให้ช้างทำอะไรตามใจเรา ทำให้ช้างที่นี่ค่อนข้าง nice และเข้ากับคนง่าย เพราะเขาได้รับการดูแลอย่างดี ได้รับการเลี้ยงดูอย่างที่ช้างควรจะเป็น สำหรับใครที่รักช้างมาก ๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นอยู่เลยค่ะ ซังขอยืนยันด้วยเกียรติของลูกช้าง 1 ตัว ยังค่ะ ก่อนกลับเราขอแวะไปให้หญ้าช้าง และอำลาเหล่าบรรดาช้างก่อนจาก ขอบอกเลยว่าการมาเที่ยวที่ บ้าน ช.ช้างชรา ที่เที่ยวกาญจนบุรีแห่งนี้ ไม่เหมือนการไปเที่ยวที่ผ่านมา เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นที่เที่ยวที่ช้างจะต้องทำอะไรให้เรา เหมือนเราได้มาใช้ชีวิตตามช้างมากกว่า มาดูว่าเขาอยู่กันยังไง กินกันยังไง ใช้ชีวิตกันยังไง และร่วมใช้ชีวิตไปพร้อม ๆ เขามากกว่า ^^ และนี่ก็เป็นครั้งแรกท่ีซังได้ใช้ชีวิตอยู่ใกล้ช้างขนาดนี้ เรียกว่าถ้าเดินไม่ระวังอาจจะโดนช้างชนได้ ฮ่า ๆ ๆ สำหรับใครที่สนใจมาเที่ยว หลัก ๆ ที่บ้าน ช.ช้างชรา Elephants World ก็จะมีโปรแกรมแบบ One Day ให้เข้ามาดูแลและอยู่กับน้องแบบใกล้ชิด โดยจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,000 บาท (สำหรับคนไทย) และราคา 2,500 บาท (สำหรับชาวต่างชาติ) ซึ่งราคานี้รวมค่าอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ด้วย คิดว่าสำหรับราคานี้ ไม่แรงเลยค่ะ เพราะเงินที่เราจ่ายไป สุดท้ายเขาก็จะเอาไปดูแลช้างที่อยู่ที่ บ้าน ช.ช้างชรา Elephants World ให้ช้างที่อยู่ที่นี่ได้อยู่ดี กินดี มีชีวิตที่มีความสุข ตามที่มันควรจะเป็น หรือใครที่มีเวลาไม่มาก จะแวะมาให้อาหารอย่างเดียวก็ได้นะคะ เขามีจัดเตรียมผลไม้ให้ตะกร้าละ 200 บาท แล้วยังมีโปรแกรมแบบค้างคืน ให้เรามาทำกิจกรรมร่วมกันกับช้างได้แบบเต็มอิ่มเลยค่ะ ใครสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ก็ทักไปถามกันได้ที่ https://www.facebook.com/elephantsworld/

Credit : https://www.wongnai.com/trips/elephants-world-trip
LHM Property Group
☎Tel: 086 352 9639
💻Facebook: LHMPropertyGroup
📥Inbox: http://m.me/LHMPropertyGroup/
🌐Website: http://www.lhm.co.th/